<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>careerpubinc.com</title>
	<atom:link href="http://careerpubinc.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://careerpubinc.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Apr 2012 16:33:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เตือนสาวกสปา ระวังน้ำมันปลอมก่อภูมิแพ้</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:33:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมเตือนกลุ่มชอบเข้าสปาเพื่อนวดผ่อนคลาย ระบุร้านสปาจำนวนมากขาดจรรยาบรรณ ใช้น้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ราคาถูกมาผสมกับน้ำมันใช้นวดตัวให้ลูกค้า หวั่นก่อให้เกิดภูมิแพ้ระยะยาวหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะน้ำมันหอมระเหยปลอมมีสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้จำนวนมาก นายวิริยะ พึ่งสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนเจอร์ทัช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมมากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ตนมีความเป็นห่วงต่อธุรกิจสปาที่กำลังบูมในประเทศไทย เนื่องจากพบว่ามีร้านสปาจำนวนมาก นำเอาน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ผสมกับน้ำมันที่ใช้นวดตัวมาบริการลูกค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ถ้ารุนแรงมากอาจถึงขั้นเป็นโรคภูมิแพ้ถาวรได้ และยังเป็นการนำเอาสารเคมีที่ไม่เป็นประโยชน์กว่า 30-40 ชนิดเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังโดยตรง นายวิริยะ กล่าวต่อว่า น้ำมันที่ใช้นวดตัวในสปา ณ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กลุ่มน้ำมันที่ได้จากปิโตรเลียม เช่น ปิโตรลาทัม ลาโนลิน และมิเนอรัลออยล์ อีกกลุ่มจะเป็นน้ำมันที่สกัดได้จากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก โจโจบาออยล์ &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมเตือนกลุ่มชอบเข้าสปาเพื่อนวดผ่อนคลาย ระบุร้านสปาจำนวนมากขาดจรรยาบรรณ ใช้น้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ราคาถูกมาผสมกับน้ำมันใช้นวดตัวให้ลูกค้า หวั่นก่อให้เกิดภูมิแพ้ระยะยาวหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะน้ำมันหอมระเหยปลอมมีสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้จำนวนมาก</p>
<p>นายวิริยะ พึ่งสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนเจอร์ทัช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมมากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ตนมีความเป็นห่วงต่อธุรกิจสปาที่กำลังบูมในประเทศไทย เนื่องจากพบว่ามีร้านสปาจำนวนมาก นำเอาน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ผสมกับน้ำมันที่ใช้นวดตัวมาบริการลูกค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ถ้ารุนแรงมากอาจถึงขั้นเป็นโรคภูมิแพ้ถาวรได้ และยังเป็นการนำเอาสารเคมีที่ไม่เป็นประโยชน์กว่า 30-40 ชนิดเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังโดยตรง</p>
<p>นายวิริยะ กล่าวต่อว่า น้ำมันที่ใช้นวดตัวในสปา ณ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กลุ่มน้ำมันที่ได้จากปิโตรเลียม เช่น ปิโตรลาทัม ลาโนลิน และมิเนอรัลออยล์ อีกกลุ่มจะเป็นน้ำมันที่สกัดได้จากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก โจโจบาออยล์ พริมโรสออยล์ ซันฟลาวเวอร์ออยล์ หรืออัลมอนด์ออยล์ ซึ่งถ้าใช้น้ำมันจำพวกมิเนอรัลออยล์มาผสมกับน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ จุดนี้ยังไม่อันตรายมากนัก เพราะน้ำมันกลุ่มปิโตรเลียมจะเป็นตัวพาน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ให้ระเหยขึ้นไปในอากาศไม่ซึมซาบเข้าผิว เพียงแต่อาจจะเวียนหัวกับกลิ่นสังเคราะห์ที่ฉุนกว่ากลิ่นจากธรรมชาติแท้</p>
<p>&#8220;แต่ถ้านำน้ำมันในกลุ่มที่สกัดจากธรรมชาติจำพวกน้ำมันมะกอก โจโจบาออยล์ มาใส่น้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ แล้วใช้นวดตัวให้ลูกค้า ตรงนี้อันตรายมาก เพราะน้ำมันชนิดดังกล่าวจะช่วยส่งผ่านสารออกฤทธิ์ที่ละลายในน้ำมันเข้าสู่ผิวได้เป็นอย่างดี แม้ว่าน้ำมันสกัดจากธรรมชาติจะมีวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจำนวนมาก เช่น วิตามินเอ, บี และอี ทว่า การนำพาสารเคมีอีกกว่า 30-40 ชนิด หรืออาจสูงถึง 50-60 ชนิด จากน้ำมันหอมระเหยเข้าสู่ร่างกายไปด้วย ยิ่งเฉพาะกลุ่มที่เป็นสาวกสปาทำสปาทุกอาทิตย์ด้วยแล้ว ผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก&#8221; ผู้บริหารเนเจอร์ทัช อินเตอร์เนชั่นแนลฯ แจง พร้อมกล่าวต่อว่า</p>
<p>การแยกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ กับน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติแท้ 100% เป็นเรื่องยากหากไม่ใช่คนที่อยู่ในวงการหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ดังนั้น วอนขอให้ผู้ประกอบการสปาหรือแม้แต่ผู้ผลิตที่ขายน้ำมันหอมระเหย มีจรรยาบรรณ ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเองและลูกค้าด้วย ซึ่งถ้าไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติจริง 100% ก็อย่าระบุข้างกล่องว่าเป็นเอสเซนเชียลออยล์ แต่ควรระบุว่าเป็นฟราแกรนซ์ที่หมายถึงหัวน้ำหอมสังเคราะห์แทน เพราะทุกวันนี้การใช้น้ำมันหอมระเหยปลอมได้สร้างความเสียหายต่อระบบการขายน้ำหอมไปต่างประเทศอย่างมาก และยังสร้างความเสื่อมเสียให้กับสปาไทย หากชาวต่างชาติที่มานวดแล้วเกิดอาการภูมิแพ้กลับไป</p>
<p>&#8220;ที่ขายกันอยู่แล้วบอกว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยของแท้แบบ 3 ขวดร้อย อันนี้ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์ เพราะในความเป็นจริง น้ำมันหอมระเหยของแท้กิโลกรัมละเป็นแสนบาท หากจะซื้อของจริงก็ต้องขวดขนาดเล็กราคาหลักหลายร้อยบาทขึ้น แต่ก็มีเหมือนกันที่เอาน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์มาหลอกลูกค้าว่าเป็นของแท้ แล้วขายในราคาแพง&#8221; วิริยะอธิบายเพิ่ม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเนเจอร์ทัช อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ยังแนะนำถึงการเลือกใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยไว้ด้วยว่า ถ้าเป็นคนที่มีความดันต่ำ ให้เลือกใช้กลิ่นมิ้นต์หรือยูคาลิปตัส ที่มีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว ได้กลิ่นแล้วส่งผลต่อการตื่นตัวของร่างกาย แต่หากเป็นกลุ่มที่มีความดันสูงควรใช้กลิ่นดอกไม้อย่างราตรี, ลั่นทม ก็จะช่วยให้ใจสงบ ร่างกายผ่อนคลายได้ สุดท้ายหากเป็นกลุ่มที่มีผิวหนังเซนซิทีฟ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากตระกูลส้ม, ซีทรัส เพราะจะมีฤทธิ์เป็นกรดทำให้ระคายเคืองหรือเกิดผื่นคันได้</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินผักออกกำลัง ต้านมะเร็ง 4 หมื่นชนิด</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:32:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=118</guid>
		<description><![CDATA[ทั้งนี้ งานวิจัยที่จัดทำโดยวารสารเมดิคัลเจอร์นัลออฟออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี พ.ศ.2568 จะมีชาวออสเตรเลียป่วยเป็นโรคมะเร็ง 170,000 รายในแต่ละปี สูงขึ้นกว่าอัตราป่วยเป็นโรคมะเร็งในปี 2550 ถึง 60% พร้อมกับเผยอีกว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งมีปัจจัยที่สำคัญมาจากการโภชนาการ การออกกำลังกาย และภาวะโรคอ้วน ซึ่งเพียงแค่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ 43,000 ชนิด แทนที่จะต้องสูญเสียเงินทุนในการรักษาถึงปีละ 674 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานยังระบุด้วยว่า มะเร็งลำไส้เป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ง่ายที่สุด ตามมาด้วยมะเร็งทรวงอก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก และมะเร็งกล่องเสียง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่าชาวออสเตรเลีย 92% ไม่ได้รับประทานผักตามจำนวนที่กำหนดขั้นต่ำ 5 จานต่อวัน ส่วนผู้เป็นโรคอ้วนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 62% และอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทั้งนี้ งานวิจัยที่จัดทำโดยวารสารเมดิคัลเจอร์นัลออฟออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี พ.ศ.2568 จะมีชาวออสเตรเลียป่วยเป็นโรคมะเร็ง 170,000 รายในแต่ละปี สูงขึ้นกว่าอัตราป่วยเป็นโรคมะเร็งในปี 2550 ถึง 60% พร้อมกับเผยอีกว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งมีปัจจัยที่สำคัญมาจากการโภชนาการ การออกกำลังกาย และภาวะโรคอ้วน ซึ่งเพียงแค่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ 43,000 ชนิด แทนที่จะต้องสูญเสียเงินทุนในการรักษาถึงปีละ 674 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>รายงานยังระบุด้วยว่า มะเร็งลำไส้เป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ง่ายที่สุด ตามมาด้วยมะเร็งทรวงอก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก และมะเร็งกล่องเสียง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่าชาวออสเตรเลีย 92% ไม่ได้รับประทานผักตามจำนวนที่กำหนดขั้นต่ำ 5 จานต่อวัน ส่วนผู้เป็นโรคอ้วนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 62% และอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 61%</p>
<p>ทั้งนี้ นักวิจัยพบว่า เราสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ง่าย ๆ เพียงรับประทานผักผลไม้และธัญพืชเพิ่ม พร้อมกับลดรับประทานไขมันอิ่มตัว</p>
<p>นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบอีกว่า กลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งที่อยู่ในอันตรายมากที่สุดคือ ผู้ที่มีรายได้น้อย เนื่องจากด้านสภาพแวดล้อมและทุนทรัพย์ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนจากการรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ และออกกำลังกายไม่เพียงพอ ส่วนผู้ที่อยู่ในชนบทห่างไกล หรืออยู่ในสถานที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย จะมีโอกาสเป็นโรคอ้วนมากกว่า เพราะตัวเลือกในการรับประทานอาหารมีจำกัด</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วินเนอร์เตรียมฟ้องผู้จัดไทยแลนด์เกมโชว์</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:30:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Games]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=116</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;วินเนอร์ ออนไลน์&#8221; แถลงข่าวชี้แจงกรณีบูธจัดแสดงของบริษัทฯ ภายในงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 ถูกตัดไฟฟ้าเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ ย้ำชัดมีการชำระเงินค่าเช่าพื้นที่ครบถ้วน มีสิทธิเต็มที่ในการใช้พื้นที่ตลอด 3 วัน เตรียมเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 14 ล้าน จากผู้จัดงานไทยแลนด์เกมโชว์ นายคณาวุฒิ แสงกระจาย ทนายความประจำบริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด ชี้แจงกรณีบูธจัดแสดงของบริษัทฯ ที่ตั้งอยู่ในงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 ได้ถูกตัดไฟฟ้าเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จนเกิดกระแสข่าวว่าทางบริษัทฯ ไม่ได้จ่ายเงินค่าประกันความเสียหายในการเช่าพื้นที่ โดยระบุว่า วินเนอร์ได้ทำการตกลงและเช่าพื้นที่ในการจัดงานตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2554 โดยตกลงเช่าพื้นที่ติดกับเวทีใหญ่ ด้วยจำนวนเงิน 622,868 บาท มีการชำระเงินเป็นที่เรียบร้อย นายคณาวุฒิ &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;วินเนอร์ ออนไลน์&#8221; แถลงข่าวชี้แจงกรณีบูธจัดแสดงของบริษัทฯ ภายในงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 ถูกตัดไฟฟ้าเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ ย้ำชัดมีการชำระเงินค่าเช่าพื้นที่ครบถ้วน มีสิทธิเต็มที่ในการใช้พื้นที่ตลอด 3 วัน เตรียมเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 14 ล้าน จากผู้จัดงานไทยแลนด์<a title="เกม" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกม</a>โชว์<br />
</strong><br />
นายคณาวุฒิ แสงกระจาย ทนายความประจำบริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด ชี้แจงกรณีบูธจัดแสดงของบริษัทฯ ที่ตั้งอยู่ในงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 ได้ถูกตัดไฟฟ้าเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จนเกิดกระแสข่าวว่าทางบริษัทฯ ไม่ได้จ่ายเงินค่าประกันความเสียหายในการเช่าพื้นที่ โดยระบุว่า วินเนอร์ได้ทำการตกลงและเช่าพื้นที่ในการจัดงานตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2554 โดยตกลงเช่าพื้นที่ติดกับเวทีใหญ่ ด้วยจำนวนเงิน 622,868 บาท มีการชำระเงินเป็นที่เรียบร้อย</p>
<p>นายคณาวุฒิ ระบุว่าในใบแจ้งหนี้ไม่มีการระบุถึงค่าประกันความเสียหายเอาไว้ หากจะกล่าวหาว่าบริษัทฯ ค้างชำระค่าประกัน ทางผู้จัดงานควรจะวางบิลหรือทำหนังสือแจ้งเกี่ยวกับการชำระเงินให้ถูกต้องตามกิจลักษณะ ดังนั้นบริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด จึงมีสิทธิเต็มที่ในการใช้พื้นที่ทั้ง 3 วัน เนื่องจากมีการชำระค่าเช่าพื้นที่ครบถ้วน</p>
<p>นายคณาวุฒิ ระบุว่า บริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้จัดงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 ที่ทำการตัดไฟฟ้าบูธจัดแสดงของบริษัทฯ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทฯ โดยทางผู้จัดงานได้ให้เหตุผลว่าบูธจัดแสดงของบริษัทฯ มีการใช้เสียงในระดับที่ดังเกินไป ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เนื่องจากทุกค่ายเกมย่อมที่จะนำอุปกรณ์จัดแสดง อาทิ เครื่องเสียง ลำโพง ฯลฯ มาจัดแสดงอยู่แล้ว ดังนั้นระดับเสียงของทุกบูธย่อมที่จะมีระดับเสียงที่ดังเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้อย่างแน่นอน</p>
<p>นายคณาวุฒิ ระบุว่า บริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด ได้รับความเสียหายจากการที่ถูกตัดไฟฟ้าจนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมภายในบูธ ทั้งการจำหน่ายสินค้าและการแข่งขันเกม ในฐานะที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้บริการ<a title="เกมออนไลน์" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกมออนไลน์</a> ถือว่าการกระทำของผู้จัดงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทฯ ทางบริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด จึงต้องรักษาสิทธิตามกฏหมายในการฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อเรียกค่าเสียหายจำนวน 14 ล้านบาท จากผู้จัดงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2012</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>TGS2012 : A.V.A. เตรียมจัดแข่งขันตลอดปีนี้</title>
		<link>http://careerpubinc.com/tgs2012-a-v-a-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/tgs2012-a-v-a-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:29:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Games]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=114</guid>
		<description><![CDATA[ เว็บไซต์ PlayFPS ในเครือฯ &#8220;เอเชียซอฟท์&#8221; ประกาศเตรียมจัดการแข่งขันเกมออนไลน์ A.V.A ต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ.2555 เผยได้ 4 พันธมิตรในวงการ E-Sports ให้การสนับสนุน รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในวงการเกม ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท ประกาศเป็นเกม FPS เกมเดียวในไทยที่มีรายการแข่งขันระดับโลกจ่อคิวรอถึง 3 รายการตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรก นายภาสกร วัฒายุ ผู้จัดการโครงการ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เกมออนไลน์ A.V.A เป็นเกมที่มีการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ในช่วงเวลา 6 เดือนก็มีการแข่งในระดับโลกมากที่สุดถึง 3 รายการ ได้แก่ PlayFPS International Heroes &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/tgs2012-a-v-a-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> เว็บไซต์ PlayFPS ในเครือฯ &#8220;เอเชียซอฟท์&#8221; ประกาศเตรียมจัดการแข่งขัน<a title="เกมออนไลน์" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกมออนไลน์</a> A.V.A ต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ.2555 เผยได้ 4 พันธมิตรในวงการ E-Sports ให้การสนับสนุน รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในวงการเกม ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท ประกาศเป็นเกม FPS เกมเดียวในไทยที่มีรายการแข่งขันระดับโลกจ่อคิวรอถึง 3 รายการตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรก<br />
</strong><br />
นายภาสกร วัฒายุ ผู้จัดการโครงการ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า <a title="เกมออนไลน์" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกมออนไลน์</a> A.V.A เป็นเกมที่มีการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ในช่วงเวลา 6 เดือนก็มีการแข่งในระดับโลกมากที่สุดถึง 3 รายการ ได้แก่ PlayFPS International Heroes , A.V.A Pre-Season Road to World Championship 2011 และ A.V.A International Championship In China</p>
<p>&#8220;<a title="เกมออนไลน์" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกมออนไลน์</a> A.V.A จะเริ่มเปิดรับสมัครเกมเมอร์เข้าแข่งขันในรายการต่างๆ ในอีกไม่นานนี้ โดยทางเว็บไซต์ PlayFPS รวมถึงสื่อมวลชนในวงการเกมและพันธมิตรทุกค่าย ต่างก็เล็งเห็นและให้ความสำคัญในการส่งเสริมเพื่อเพิ่มศักยภาพของเด็กไทยให้มีฝีมือทัดเทียมระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดเป็นประโยชน์และผลักดันนักกีฬาในวงการเกม E-Sport ให้การก้าวสู่ระดับโลกต่อไป” นายภาสกร กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้การประกาศจัดการแข่งขัน<a title="เกมออนไลน์" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank"><em>เกมออนไลน์</em></a> A.V.A ทางเว็บไซต์ PlayFPS ได้ระบุว่าจะเป็นการแข่งที่ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พร้อมจับมือ 4 พันธมิตรที่จะเข้าร่วมสนับสนุนรายการแข่งขันอย่างจริงจังตลอดทั้งปี ได้แก่ GIGABYTE , TteSPORTS , Neolution , Gview นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก 3 สื่อมวลชนในวงการ<a title="เกม" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกม</a> ได้แก่ Compgamer News , Weekly Online และ FPSThailand</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/tgs2012-a-v-a-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซันโกคุชิใช้ตู้สุ่มรางวัล Gachapon รูปโฉมใหม่</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:27:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Games]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=111</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เอนโม&#8221; ผู้ให้บริการเกมออนไลน์บนเว็บเบราเซอร์ &#8220;Sangokushi มหาสงครามสามก๊ก&#8221; ได้ทำการปรับปรุงตู้สุ่มรางวัล (Gachapon) ของเกมดังกล่าว โดยผู้เล่นสามารถนำแต้ม Enmo Special Point (SP) มาใช้กดลุ้นรับรางวัลได้ เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา สำหรับผู้เล่นที่ต้องการลุ้นรับรางวัล จะต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบหลังจากนั้นเลือกที่หน้า SP หลังจากนั้นกดเลือก Enmo Reward แล้วเลือกกิจกรรม Gachapon ก็จะสามารถกดลุ้นรับรางวัลจากตู้สุ่มรางวัลได้ (ผู้เล่นต้องมีแต้ม Enmo Special Point) ของรางวัลที่ได้จากตู้สุ่มรางวัลมีดังนี้ - BP 100 - BP 500 - BP 1,000 - &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;เอนโม&#8221; ผู้ให้บริการ<a title="เกมออนไลน์" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกมออนไลน์</a>บนเว็บเบราเซอร์ &#8220;Sangokushi มหาสงครามสามก๊ก&#8221; ได้ทำการปรับปรุงตู้สุ่มรางวัล (Gachapon) ของ<a title="เกม" href="http://game.thaibizcenter.com/" target="_blank">เกม</a>ดังกล่าว โดยผู้เล่นสามารถนำแต้ม Enmo Special Point (SP) มาใช้กดลุ้นรับรางวัลได้ เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา<br />
</strong><br />
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการลุ้นรับรางวัล จะต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบหลังจากนั้นเลือกที่หน้า SP หลังจากนั้นกดเลือก Enmo Reward แล้วเลือกกิจกรรม Gachapon ก็จะสามารถกดลุ้นรับรางวัลจากตู้สุ่มรางวัลได้ (ผู้เล่นต้องมีแต้ม Enmo Special Point)</p>
<p>ของรางวัลที่ได้จากตู้สุ่มรางวัลมีดังนี้</p>
<p>- BP 100<br />
- BP 500<br />
- BP 1,000<br />
- TP 50<br />
- TP 100<br />
- แต้มบริจาค 10,000<br />
- แต้มบริจาค 25,000<br />
- ซอง Sliver EX<br />
- ทรัพยากร หิน 5,000<br />
- ทรัพยากร ไม้ 5,000<br />
- ทรัพยากร เหล็ก 5,000<br />
- ทรัพยากร ข้าว 5,000<br />
- ทรัพยากร หิน, ไม้, เหล็ก, ข้าว 2,500<br />
- ทรัพยากร หิน ,ไม้, เหล็ก, ข้าว 5,000<br />
- ได้ SP คืน 100<br />
- ได้ SP คืน 50</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สังขละบุรี มนต์เสน่ห์เมืองกาญจนบุรี</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:19:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=109</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;กาญจนบุรี&#8221; เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ หรือน้ำตก จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 129 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า มีทั้งป่าโปร่งและป่าดงดิบ มีแม่น้ำสำคัญสองสายคือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ซึ่งไหลมาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่บริเวณอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;กาญจนบุรี&#8221;</strong> เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ หรือน้ำตก</p>
<p>จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 129 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า มีทั้งป่าโปร่งและป่าดงดิบ มีแม่น้ำสำคัญสองสายคือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ซึ่งไหลมาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่บริเวณอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา</p>
<p>และวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ <strong>&#8220;สังขละบุรี&#8221;</strong> หนึ่งในอำเภอยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบเดินทางไปหาความสนุก พักผ่อนอย่างมีความสุขในแบบบรรยากาศที่เย็นสบาย เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามและแสนจะร่มรื่น&#8230;</p>
<p><strong>&#8220;สังขละบุรี&#8221;</strong> เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงามได้ ตัวอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกัน อันได้แก่ ห้วยซองกาเลีย ห้วยบิคลี้ และห้วยรันตี รวมเรียกว่า<strong>&#8220;สามประสบ&#8221;</strong> ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ทั้งนี้ อำเภอสังขละบุรี ถือเป็นอำเภอที่มีชาวมอญมาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้&#8230;</p>
<p><strong>       เอาล่ะ ทีนี้ก็ได้เวลาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอำเภอสังขละบุรีกันแล้ว&#8230;<br />
</strong><br />
&nbsp;</p>
<p><strong>&#8220;สะพานมอญ&#8221;</strong> อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 850 เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย สำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรี และฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำห้วยสายต่าง ๆ คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมารวมกันเป็น <strong>&#8220;สามประสบ&#8221;</strong><br />
<strong>&#8220;เมืองบาดาล&#8221;</strong> ในอดีตเป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะ ที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีให้ความนับถือเป็นอย่างมาก โดยตัววัดถูกน้ำเข้าท่วมในช่วงที่สร้างเขื่อน ทำให้จมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยในช่วงน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น<br />
<strong>&#8220;อุทยานแห่งชาติเขาแหลม&#8221;</strong> ห่างจากตัวเมืองประมาณ 180 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ &#8211; สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 39 &#8211; 40 ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขาแหลม) เป็นต้น มีพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯ ร่มรื่น มีห้วยกระเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง</p>
<p>สำหรับ <strong>&#8220;น้ำตกกระเต็งเจ็ง&#8221;</strong> อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร มีชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่างๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และมีต้นไม้ขนาด 13 คนโอบ โดยเฉพาะชั้นที่ 16 นั้น มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆ จนถึงชั้นบนสุด ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมได้ เมื่อขึ้นไปถึงแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำ ลิ้นจี่ป่า และมะไฟป่า ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยาน ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีบ้านพักและสามารถกางเต็นท์พักแรมได้</p>
<p>สำหรับอัตราค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมนั้น ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม (ป้อมปี่) โทร. 0-3453-2099, 0-6131-3443 และที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. 0-2562-0760 วันจันทร์ &#8211; ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 &#8211; 18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 &#8211; 15.30 น.</p>
<p><strong> &#8221;น้ำตกเกริงกระเวีย&#8221; </strong>ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ &#8211; สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32 – 33 ใกล้กับน้ำตกไดช่องถ่อง ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ 173 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปอำเภอสังขละบุรี สามารถนั่งรถโดยสารสายกาญจนบุรี &#8211; สังขละบุรี จากตัวเมืองมาได้ ค่าโดยสาร 90 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง</p>
<p><strong>  &#8220;น้ำตกไดช่องถ่อง&#8221;</strong> ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ &#8211; สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32–33 ก่อนถึงน้ำตกเกริงกระเวียเล็กน้อยจะมีป้ายทางซ้ายมือเข้าไปประมาณ 500 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 500 เมตร และต้องเดินเท้าไปอีก 600 เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนแม่กลอง สภาพป่าสมบูรณ์ร่มรื่นสวยงามมากในช่วงฤดูฝน</p>
<p>หรือจะเลือกไป <strong>&#8220;เที่ยวป่าสังขละบุรี&#8221; </strong>ซึ่งเป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย ต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภาคกลางเขต 1 โทร.0-3451-1200, 0-251-2500</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ที่อำเภอสังขละบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวเจ๋งๆ อีกเพียบ โดยเฉพาะ <strong>&#8220;ล่องแก่ง&#8221;</strong> ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับแม่น้ำสายต่างๆ ที่นิยมใช้เล่นล่องแก่ง คือ แม่น้ำรันตี แม่น้ำบิคลี้ และแม่น้ำซองกาเลีย</p>
<p><strong>ในส่วนของที่พักที่สังขละบุรี ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ทอยู่เรียงรายริมน้ำ </strong>ว่ากันว่าที่พัก &#8221;พรไพลิน&#8221; จะดูหรูหราที่สุดในขณะนี้ เพราะเพิ่งสร้างได้ไม่นาน โดยมีห้องพัก 2 แบบ คือ แบบโซนโรงแรม และโซนบังกะโล ภายในห้องมีทีวีพร้อมระเบียงเห็นวิวริมน้ำ หากเข้าทางตลาดสดสังขละบุรีตรงเข้าไปตามป้ายเกือบสุดทาง จะมีกิจกรรมล่องแพ และขี่ช้าง (กิจกรรมเหล่านี้ถูกใจนักท่องเที่ยวนักล่ะ)<br />
<strong>การเดินทาง</p>
<p></strong>          จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสองเลนตลอดถึง อ.ไทรโยค ทางถนนพระบรมราชชนนี หรือเพชรเกษม จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้เส้นทางหลวง 323 สู่อำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ แล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสังขละบุรี ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง</p>
<p>ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0-3451-1778, 0-3151-2399 ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0-3451-2410, 0-3451-4756</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นอนลอยชายกลางทะเล ณ โฮมกระเตง คลองโคน</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5-%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5-%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:18:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=107</guid>
		<description><![CDATA[บรรยากาศแสนสบายช่วงต้นหนาว สายลมเย็นๆ กระทบหน้า ยามที่ล่องเรือมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย ฝั่งชายทะเลน้ำตื้น ที่ ต.คลอง-โคน จ.สมุทรสาคร มองสองข้างทางไปพลาง พูดคุยกับเจ้าของโฮมกระเตง ที่คราวนี้ขอเป็นไกด์เสียเอง ถึงเรื่องราวของคนในชุมชนที่อนุรักษ์ป่าชายเลน ไหลพรั่งพรู พร้อมความรู้ที่สามารถจับต้องได้จริง จะหาได้จากที่ไหน ก็ต้องบอกว่า ที่นี่เท่านั้น ธรรมชาติระหว่างน้ำทะเล ป่าชายเลน สัตว์นานาชนิด และผู้คนในชุมชน ช่างสอดคล้องและกลมกลืนกันมากจนแอบคิดว่า พวกเขาสร้างมาเพื่อกันและกัน ธรรมชาติดำรงอย่างสมบูรณ์ คนในชุมชนช่วยกันดูแล ธรรมชาติก็มอบแหล่งทำมาหากินให้กับคนในชุมชนได้ตลอดไปเช่นกัน &#8220;เอากล้วยไปด้วยนะ สักหวีก็ได้ ต้องเอาไปนะ&#8221; คุณชื่น เจ้าของโฮมกระเตงคนแรกที่ออกมาต้อนรับด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แนะนำ บอกก่อนที่เราจะลงเรือไป เราเองก็งงว่าจะเอากล้วยไปทำไม ให้กินกลางทางหรอ ไม่หิวนะ มันไกลขนาดนั้นเลยหรอ โฮมกระเตงที่จะไปน่ะ แต่ก็เก็บคำถามไว้ในใจ แล้วลุยดีกว่า &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5-%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%81/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บรรยากาศแสนสบายช่วงต้นหนาว สายลมเย็นๆ กระทบหน้า ยามที่ล่องเรือมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย ฝั่งชายทะเลน้ำตื้น ที่ ต.คลอง-โคน จ.สมุทรสาคร มองสองข้างทางไปพลาง พูดคุยกับเจ้าของโฮมกระเตง ที่คราวนี้ขอเป็นไกด์เสียเอง ถึงเรื่องราวของคนในชุมชนที่อนุรักษ์ป่าชายเลน ไหลพรั่งพรู พร้อมความรู้ที่สามารถจับต้องได้จริง จะหาได้จากที่ไหน ก็ต้องบอกว่า ที่นี่เท่านั้น</p>
<p>ธรรมชาติระหว่างน้ำทะเล ป่าชายเลน สัตว์นานาชนิด และผู้คนในชุมชน ช่างสอดคล้องและกลมกลืนกันมากจนแอบคิดว่า พวกเขาสร้างมาเพื่อกันและกัน ธรรมชาติดำรงอย่างสมบูรณ์ คนในชุมชนช่วยกันดูแล ธรรมชาติก็มอบแหล่งทำมาหากินให้กับคนในชุมชนได้ตลอดไปเช่นกัน</p>
<p>&#8220;เอากล้วยไปด้วยนะ สักหวีก็ได้ ต้องเอาไปนะ&#8221; คุณชื่น เจ้าของโฮมกระเตงคนแรกที่ออกมาต้อนรับด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แนะนำ บอกก่อนที่เราจะลงเรือไป เราเองก็งงว่าจะเอากล้วยไปทำไม ให้กินกลางทางหรอ ไม่หิวนะ มันไกลขนาดนั้นเลยหรอ โฮมกระเตงที่จะไปน่ะ แต่ก็เก็บคำถามไว้ในใจ แล้วลุยดีกว่า</p>
<p>กิจกรรมสนุกๆ ผุดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ</p>
<p>นั่งเรือหางยาวมุ่งหน้าหาทะเลอันกว้างใหญ่ &#8220;ที่คุณเห็นก็คือ กระเตง เป็นบ้านที่สร้างขึ้นเพื่อเฝ้าขโมยที่จะมาลอบเก็บหอยแครง&#8221; คุณริส เจ้าของโฮมกระเตงชาวเลและไกด์นำเที่ยวแนะนำ ซึ่งที่นี่เอง เป็นที่มาของการสร้างโฮมกระเตง สถานที่พักผ่อนกลางทะเล ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสธรรมชาติแบบเลนๆ เต็มอัตรา เราเองก็งงว่า หอยแครงเนี่ยนะ จะขโมยอีกหรอ คุณริสเลยบอกว่า ที่ไหนๆ ก็มีขโมยขโจรกันทั้งนั้น ต้องระวังไว้</p>
<p>แล้วเรือก็ล่องออกไปเรื่อยๆ &#8220;พวกคุณคอยดูนะ มองไปทางขวามือ&#8221; คุณริสเอ่ยขึ้นพร้อมบังคับหางเสือเรือเข้าไปอีกทางหนึ่ง &#8220;มาเร็ว! ออกมาเร็ว&#8221; คุณริสตะโกน สิ่งที่เราเห็นก็คือ ฝูงลิงแสมที่ทยอยออกมาตามเสียงเรียก &#8220;เอ้า! มาเร็ว ลอยคอมาเอากล้วยไป&#8221; คุณริสกระตุ้นพวกลิง ทำให้เรารู้แล้วว่า เอากล้วยมาทำไม</p>
<p>เรายื่นกล้วยให้มัน ทั้งเราและมันก็กลัวๆ กล้าๆ ไม่แน่ใจว่าใครกลัวใครมากกว่ากัน แต่ก็สนุกดี เห็นสิงแสมแม่ลูกอ่อน กระเตงลูกดูดนม รีบออกมารับกล้วย แต่เสียดายที่ช้าไปหน่อย ลิงหนุ่มสาวตัวอื่นๆ แย่งไปหมด ซึ่งคุณริสคงเห็นสีหน้าของเรา เลยเอ่ยขึ้นว่า ในป่ามีของกิน บริเวณรอบๆ คลองก็มีแมงดา เขาก็หากินได้อย่างสมบูรณ์ ไม่อด เราเลยยิ้มออก</p>
<p>นอกจากลิงแสมแล้ว เรายังเห็นนกกระยางสีขาว นกกาน้ำสีดำ ปลาตีนตัวเบ้อเริ่ม แล้วเราก็เดินทางต่อ ไปดูการเก็บหอยแครงแบบดั้งเดิม แวะไปกินหอยนางรมสดๆ ที่ฟาร์มขนาดใหญ่ คุณริสหยิบขึ้นมาจากในน้ำ แงะกันตรงนั้นเลย เรื่องรสชาติ ขอบอกว่า หวานแบบสั่งตรงจากทะเล หากในเรือมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ หอมเจียวกรอบๆ และกระถินเขียวสด คงเพิ่มดีกรีความอร่อยน่าดู</p>
<p>ออกมาจากอาการกินหอยสดๆ แวะไปดูหอยแมลงภู่ที่เกาะอยู่ตรงเสาไม้ คุณริสยกขึ้นมาให้ดูทั้งเสา ตามด้วยเดินเลนให้นิ่มเท้า ซึ่งคุณริสบอกว่า บริเวณเลนกว้างที่เหยียบกันอยู่ หากเป็นช่วงน้ำลดจะมีปูก้ามดาบนับร้อยวิ่งกันให้เต็มลาน แต่ตอนนี้น้ำขึ้น ปูมันลงรู ปิดปากรูไปหมดแล้ว แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเรา คุณริสเลยลุยเลนไปขุดเจ้าปูมาให้เราถ่ายรูปกัน แล้วเลยเข้าไปปลูกป่าชายเลน ที่มีต้นกล้าของต้นโกงกางให้ปลูกกันคนละต้น</p>
<p>ใครอยากจะสัมผัสเลนแบบเต็มๆ ก็มีกระดานเลนเตรียมไว้ให้เล่นอย่างสนุกสนาน รับรองเลอะสมใจ!!! คุณริสบอกว่า เลนที่นี่จะลึกเต็มที่ก็แค่น้ำอกเท่านั้น ใจถึงก็ลุยกันได้เลย …</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5-%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปียงหลวง ระหว่างเขตแดนและวันคืนที่ยืนหยัด</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:17:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=105</guid>
		<description><![CDATA[เป็นไปได้ว่าโลกมักไม่เหลือที่ทางให้เราเดินกลับหลัง นาทีที่นั่งมองภาพตรงหน้าอยู่ที่ชายแดนแห่งดอยไกลแห่งหนึ่งระหว่างเชียงใหม่และสหภาพพม่า กลางลมหนาวโบกโบยกรีดผิว ถ้อยคำภาษาอันยากสื่อสาร ภาพผ่านของสงครามแห่งเชื้อชาติ หรืออะไรก็ตามแต่ ความรู้สึกประเภทที่ว่าเราต่างกำลังก้าวเดินไปอย่างเดียวดาย มักเกิดขึ้นเสมอยามที่กำลังเหยียบยืนอยู่ในแถบถิ่นที่เป็นขอบเขตชายแดน ผมมาถึง เปียงหลวง หมู่บ้านของชาวจีนยูนนานที่อยู่ร่วมกับผู้คนชาวไทยใหญ่ แห่งอำเภอเวียงแหง ผ่านพ้นการหมุนเหวี่ยงไปมานับร้อยครั้งของถนนบนภูเขา ภาพตรงหน้าคือความงดงามของบ้านเรือน ที่ราบทางการเกษตรหลังฤดูเก็บเกี่ยว และสุ้มเสียงหลากหลายที่ไม่ได้มีเฉพาะความคิดและถ้อยคำที่เป็นของตัวเรา เบื้องหลังความงดงาม ยังมากมายคำถามที่สองฝากฝั่งของคำว่า &#8220;ชายแดน&#8221; ใครเลยจะรู้ว่า ท่ามกลางชีวิตที่เป็นเหมือนฝุ่นอันรองอยู่ใต้รอยล้อการเคลื่อนหมุนของโลก และเราต่างไม่มีสิทธิกำหนดทิศทางหรือจังหวะของมันแม้แต่น้อย สิ่งใดกันแน่คอยหล่อหลอมให้โลกตรงหน้ายังคงอยู่ในที่ทางของมันอย่างคงทน อยู่ที่นี่หลายวัน บางอย่างกลางหุบเขาและเรื่องราวของอดีต ใช่หรือไม่ว่าการหยัดยืนของพวกเขาคล้ายมีเส้นทางเดินพิเศษเป็นเรื่องเฉพาะอย่าง เฉพาะตัว บางแง่มุมไร้ความต้องการการรับรู้หรือตีความ และมีจุดหมายปลายทางอยู่ในตัวของมันเอง เหตุผลอาจไม่ได้มากไปกว่า&#8230;นั่นคือวิถีทางของมัน ภูเขาไม่เคยจางคลายความสูงชัน แม้หนทางจะปรับเปลี่ยนพื้นผิวของมันไปสักเท่าไหร่ก็ตาม จากแยกเมืองงาย เลยเชียงดาวมาไม่มาก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1322 พาผู้คนที่พร้อมจะร่วมก้าวไปข้างหน้ากับมันขึ้นสู่ความสูงไม่ต่ำกว่าพันเมตร จากระดับทะเลปานกลาง สนสามใบไล่เรียงผ่านแสงบ่ายมีมิติ บางตอนโอบอยู่ด้วยต้นท้อออกดอกสีขาวโพลน รอบด้านงดงามและถนนก็ดูอ่อนโยน น่าหลงใหล &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นไปได้ว่าโลกมักไม่เหลือที่ทางให้เราเดินกลับหลัง นาทีที่นั่งมองภาพตรงหน้าอยู่ที่ชายแดนแห่งดอยไกลแห่งหนึ่งระหว่างเชียงใหม่และสหภาพพม่า กลางลมหนาวโบกโบยกรีดผิว ถ้อยคำภาษาอันยากสื่อสาร ภาพผ่านของสงครามแห่งเชื้อชาติ หรืออะไรก็ตามแต่ ความรู้สึกประเภทที่ว่าเราต่างกำลังก้าวเดินไปอย่างเดียวดาย มักเกิดขึ้นเสมอยามที่กำลังเหยียบยืนอยู่ในแถบถิ่นที่เป็นขอบเขตชายแดน</p>
<p>ผมมาถึง เปียงหลวง หมู่บ้านของชาวจีนยูนนานที่อยู่ร่วมกับผู้คนชาวไทยใหญ่ แห่งอำเภอเวียงแหง ผ่านพ้นการหมุนเหวี่ยงไปมานับร้อยครั้งของถนนบนภูเขา ภาพตรงหน้าคือความงดงามของบ้านเรือน ที่ราบทางการเกษตรหลังฤดูเก็บเกี่ยว และสุ้มเสียงหลากหลายที่ไม่ได้มีเฉพาะความคิดและถ้อยคำที่เป็นของตัวเรา</p>
<p>เบื้องหลังความงดงาม ยังมากมายคำถามที่สองฝากฝั่งของคำว่า &#8220;ชายแดน&#8221; ใครเลยจะรู้ว่า ท่ามกลางชีวิตที่เป็นเหมือนฝุ่นอันรองอยู่ใต้รอยล้อการเคลื่อนหมุนของโลก และเราต่างไม่มีสิทธิกำหนดทิศทางหรือจังหวะของมันแม้แต่น้อย สิ่งใดกันแน่คอยหล่อหลอมให้โลกตรงหน้ายังคงอยู่ในที่ทางของมันอย่างคงทน</p>
<p>อยู่ที่นี่หลายวัน บางอย่างกลางหุบเขาและเรื่องราวของอดีต ใช่หรือไม่ว่าการหยัดยืนของพวกเขาคล้ายมีเส้นทางเดินพิเศษเป็นเรื่องเฉพาะอย่าง เฉพาะตัว บางแง่มุมไร้ความต้องการการรับรู้หรือตีความ และมีจุดหมายปลายทางอยู่ในตัวของมันเอง เหตุผลอาจไม่ได้มากไปกว่า&#8230;นั่นคือวิถีทางของมัน ภูเขาไม่เคยจางคลายความสูงชัน แม้หนทางจะปรับเปลี่ยนพื้นผิวของมันไปสักเท่าไหร่ก็ตาม<br />
จากแยกเมืองงาย เลยเชียงดาวมาไม่มาก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1322 พาผู้คนที่พร้อมจะร่วมก้าวไปข้างหน้ากับมันขึ้นสู่ความสูงไม่ต่ำกว่าพันเมตร จากระดับทะเลปานกลาง สนสามใบไล่เรียงผ่านแสงบ่ายมีมิติ บางตอนโอบอยู่ด้วยต้นท้อออกดอกสีขาวโพลน รอบด้านงดงามและถนนก็ดูอ่อนโยน น่าหลงใหล ระยะทาง 72 กิโลเมตร ที่รอคอยบนเขาสูงยังคงเงียบงันและยาวไกล</p>
<p>ขึ้นลงเปิดวิวกระจ่างตาเป็นช่วง ๆ บางครั้งก็ดิ่งลงสู่หุบ บังคับให้การใช้เกียร์สโลว์เป็นเรื่องต้องเคารพสำหรับรถคันเล็ก ๆ ของเราเมื่อมาถึง บ้านเลาวู หมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอเรียงรายไล่ไปตามระดับเขา นางพญาเสือโคร่งติดดอกชมพูพราว ความหนาวเย็นแม้เป็นยามบ่ายส่งให้พวกเขามานั่งผิงไฟ พูดคุย ผสานลมหนาวกันเป็นกลุ่มที่ลานหน้าบ้าน</p>
<p>ชีวิตเป็นเรื่องหมุนเคลื่อนไปตามวันเวลา นาทีท้าย ๆ ที่ถนนนำเรามาส่งลงสู่ที่ราบสีน้ำตาลทอง เมืองเวียงแหงเงียบงันอยู่ในสายลมหนาว นาข้าวอันโอบล้อมเหลือเพียงลอมฟางก่ายกอง วัวควายไล่เล็มมันไปอย่างละเมียด ทว่าความเคลื่อนไหวล้วนเงียบงัน</p>
<p>เมืองไกล หุบดอย และการมาถึงของใครสักคน คล้ายการพบกันของคนแปลกหน้า ตัวอำเภอเวียงแหงเงียบเชียบตามแบบฉบับเมืองชายแดน สถานที่ราชการจัดตั้งและหยอดตัวเองอยู่สองข้างทาง มันไม่คึกคักตามจุดมุ่งหมายของนักเดินทางผู้ชอบค้นพบความหมายใหม่ หากแต่ก็ดำรงตนมาเนิ่นนาน นานพอที่ทำให้ใครหลายคนปักหลักและเรียกที่นี่ว่าบ้าน</p>
<p>จากกลุ่มเมืองชายขอบของรัฐล้านนาที่ตั้งประชิดชายแดนมากมาย ด้วยเส้นทางการค้าขายระหว่างเชียงใหม่กับพม่า เป็นเส้นทางเดินทัพขึ้นล่องของกองทัพอันเกรียงไกร ทั้งกรุงศรีอยุธยาและพม่า ว่ากันว่า ราวปี พ.ศ. 2417 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำทัพอันยิ่งใหญ่ผ่านเวียงแหงเพื่อไปรบพุ่งกับพม่าที่เข้ามายืดเมืองนาย ซึ่งเดิมเป็นเขตปกครองของล้านนา รัฐล้านนาที่มากมายเมืองเล็ก ๆ จึงกลายเป็นรัฐกันชนที่ทั้งพม่าและอยุธยาต่างหมายจะครอบครอง อย่างหนึ่งเพื่อการขยายราชอาณาจักร และที่สำคัญยิ่งคือใช้เป็นแหล่งเสบียงอาหารและฐานกำลังพลในการสู้รบ</p>
<p>ไม่เพียงปรากฏชื่ออยู่ในจารึกโบราณ หากแต่สิ่งตกทอดของเมืองไกลในหุบเขตชัดเจน เมื่อเราขึ้นไปยัง พระบรมธาตุแสนไห วัดไทยใหญ่แห่งนี้เงียบสงบ แนวคันคูเมืองเก่าและสิ่งก่อสร้างอย่างบ่อพักน้ำสำหรับไพร่พลในอดีต บ่งบอกถึงการตั้งทัพอยู่นานบริเวณลานหน้าพระบรมธาตุ ไม่เพียงเท่านั้น ได้มีการสันนิษฐานว่าเวียงแหงเองเป็นเมืองที่สมเด็จพระนเรศวรสิ้นพระชนม์ลง หลังจากยกทัพไปทำศึกกับพม่าและประชวรจนต้องถอยทัพกลับมาที่นี่</p>
<div></div>
<p>ขึ้นไปยืนอยู่เหนือความสูงบริเวณองค์พระบรมธาตุแสนไห สองฟากฝั่งแผ่นดินล้วนทอดยาวอยู่ในเขตภูเขา ราวเส้นทางมากมายในอดีตค่อย ๆ ลบเลือน สลายกลืน ไร้ความแตกต่าง นาข้าวอันไพศาลโอบล้อมรถคันเล็ก ๆ เมื่อเราแยกออกไป น้ำตกแม่ลาด ต้นธารห้วยแม่หาดและลำน้ำแม่แตง แหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงภูเขาและเบื้องล่างพี่น้องชาวปกากะญอปักหลักชีวิตลงยังพื้นราบที่ราบริมลำน้ำถูกใช้ไปในการเพาะปลูกอย่างคุ้มค่า เยี่ยมเยือนความฉ่ำชุ่มตลอดปีของน้ำตกอันเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำของคนบนภูเขา</p>
<p>นั่งมองธารน้ำโรยตัวในความเยียบเย็นสักพัก เราก็ใช้ถนนสายเดิมเพื่อมุ่งหน้าไปยังปลายทางของมัน ปลายทางที่เป็นจุดมุ่งหมายในตัวของมันเอง ทั้งการสิ้นสุดของถนนและการกลับบ้านของใครบางคน 10 กิโลเมตร จากเวียงแหง บ้านเปียงหลวงขนัดแน่นราวเมืองในหุบเขา บ้านไม้ ตึกแถวโอบล้อมถนนสายเล็กที่ทอดผ่าน ทว่ารอบด้านในบ่ายจัดคือความเหงาเงียบของร้านรวง สินค้าประดามีจากจีน และตัวเมืองเชียงใหม่พอจะทำให้บางคนจินตนาการถึงอดีตอันคึกคักที่ผ่านพ้น</p>
<p>ว่ากันว่าจริง ๆ แล้ว หากจะมีการจัดตั้งอำเภอเวียงแหง บ้านเปียงหลวงที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดน่าจะเป็นที่ที่เหมาะสม หากแต่ด้วยข้อจำกัดและหลากหลายเหตุผลในทางราชการ ผู้คนข้างบนนี้จึงผ่านพาตัวเองไปตามการเคลื่อนหมุนของคืนวันและหนทางเฉพาะของตัวเอง หนทางที่ไม่แตกต่างจากวันที่พวกเขามาถึงเมืองไกลชายแดนแห่งนี้</p>
<p>การมาถึงของผู้คนบนเปียงหลวง เริ่มด้วยพี่น้องชาวไทยใหญ่จากรัฐฉาน ซึ่งเส้นทางอันเชื่อมโยงได้นำพาการตั้งถิ่นฐานมาสู่ที่นี่นับร้อยปี ว่ากันว่า นายจองดี พ่อค้าวัวต่างถิ่น คือผู้นำชาวไทยใหญ่ให้มาถึงแผ่นดินกลางหุบเขาแห่งนี้ราวร้อยกว่าปีก่อน ที่ราบอันแสนกว้างใหญ่ตามความหมายของการเรียกขานเริ่มกลายเป็นชุมชน ไล่เลยจากบ้านหลังแต่งที่ชายแดน ต่อมาถึงบ้านเปียงหลวง บ้านจอง ลงไปถึงเวียงแหง ทุ่งนาสีเขียวชอุ่มและไร่ข้าวโพดผ่านพ้นตัวเอง รองรับความเป็นบ้านกลางหุบเขามาเนิ่นนาน</p>
<p>ไม่เพียงชาวไทยใหญ่ที่ปักหลักสืบสาน หากแต่เส้นทางอันเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายระหว่างเวียงแหงไปสู่รัฐฉานในพม่า ยังนำพากองกำลังทหารจีนคณะชาติกองพล 92 ที่แตกพ่ายรอนแรมและใช้ชีวิตอยู่ด้วยการสู้รบ บางส่วนของทหารและครอบครัวที่แยกย่อยออกมาจากทัพที่ 3 ของ นายพลหลี่เหวินหวน คือส่วนของนายพันหลอเจี๋ยหวา ได้เลือกเปียงหลวงเป็นบ้าน ผนวกร่วมผสมผสานไปกับผู้คนไทยใหญ่ดั้งเดิม ตั้งบ้านเรือนใช้ชีวิตอยู่ด้วยการค้าขายชายแดน รวมไปถึงทหารไทยใหญ่ ซึ่งนำโดย เจ้ากอนเจิง ชนะศึก ประธานกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ ที่เลือกเปียงหลวงเป็นฐานที่มั่นในการกอบกู้เอกราชจากพม่า</p>
<p>ความคึกคักของการค้า เส้นทางที่ปนเปไปด้วยเรื่องการของสงครามกู้ชาติ รวมไปถึงรอยยิ้มยามใครสักคนรู้จักคุณค่าของคำว่าบ้าน เหล่านี้คือสีสันที่เคยชัดเจนบนหุบเขา</p>
<p>&#8220;แต่ก่อนเปียงหลวงคึกคักกว่านี้เยอะ&#8221; ไคหลี แซ่ปี่ เปรยเบา ๆ ราวความหลังผ่านพ้นไปนาน ทั้งที่มันห่างหายไปไม่ถึงยี่สิบปี ด้วยพรมแดนเปิดกว้าง ผู้คนหลากหลายทั้งไทยใหญ่ หรือคนจีนยูนนานรุ่นพ่อของเขา ที่เริ่มปักหลักและหันเข้าสู่การเกษตร รวมไปถึงเรื่องค้าขายที่เชื้อชาติของตัวเองถนัด การเงินสะพัดไปทั่วตำบล เริ่มมาตั้งแต่บ้านหลักแต่งตรงชายแดนต่อมาถึงเปียงหลวงที่ห่างออกมา 2 กิโลเมตร</p>
<p>&#8220;เจริญกว่าข้างล่างมาก&#8221; ไคหลี หมายถึงแค่ตัวอำเภอเวียงแหงไม่ใช่แถบฝากหรือเชียงใหม่ &#8220;คนไทยใหญ่จูงวัวควายมาทีร่วมร้อยตัว ของกินของใช้จากทางเรานั้นเป็นที่ต้องการมาก&#8221; ว่ากันว่าตลาดนัดวัวควายที่บ้านหลักแต่งนั้น แสนมีสีสัน เมื่อรวมการค้าที่เปียงหลวงเข้าไปด้วย ก็ทำให้หมู่บ้านเล็ก ๆ มากมายไปด้วย &#8220;ชีวิตที่ดี&#8221;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เปียงหลวงก็ยังเป็นดินแดนดอยไกลในอดีต หากเทียบกับโลกภายนอกที่พวกเขาเลือกออกไปติดต่อค้าขาย สินค้าของกินของใช้นั้น พ่อค้าชาวจีนยูนนานที่ลงไปหามาจากเชียงใหม่ต้องรอนแรมกันร่วมอาทิตย์</p>
<p>&#8220;ขี่ม้าไปจนถึงบ้านเลาวู ตรงนั้นเป็นกึ่งกลางเปียงหลวงกับเมืองงาย จากนั้นต่อรถไปเชียงใหม่เป็นวัน ๆ โอ้ย สามวันโน่น กว่าจะถึงเชียงใหม่&#8221; ไคหลีว่าคนรุ่นปู่ของเขายิ่งกว่านั้น ที่ออกขบวนเดินเท้าตัดป่าลงไปเชียงใหม่ของป่าอย่างเมี่ยงแห้ง หนังเสือ เขากวาง หนังเก้ง คือสิ่งที่พวกเขานำลงไป และเกลือรวมไปถึงปลาแห้งคือสิ่งมีค่า ว่ากันว่าขบวนการค้าของผู้ชายเปียงหลวงไปกลับเชียงใหม่ร่วม 2 เดือน ภาพเช่นนี้อยู่คู่คนเปียงหลวงและเปลี่ยนรูปไปตามการพัฒนาของหนทางสู่ภูเขาที่ดีขึ้น ชีวิตงอกงามเติบโต เฒ่าชราหลายคนยังคงผ่านพ้นภาพจำเช่นนั้นไปไม่ได้ ชีวิตดีงามกำลังก่อเกิดในหุบเขาที่ต่างคนต่างรอนแรมพลัดถิ่น</p>
<p>&#8220;แต่มันก็เงียบเหงาเช่นนี้แหละ&#8221; ละเอียด แซ่หลี หญิงสาวลูกหลานจีนคณะชาติว่าขึ้น หลังยุคเตี่ยอันคึกคักผ่านพ้น &#8220;จริง ๆ มันเริ่มจากปิดด่าน&#8221; เธอว่าสิ่งที่คนเปียงหลวงและพื้นที่ชายขอบได้ยินได้เห็น มันส่งผลถึงความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>จากปี พ.ศ. 2545 เปียงหลวงค่อย ๆ ถูกผลพวงแห่งสงครามย่อยสลายภาพแห่งความคึกคัก เมื่อพม่าสั่งปิดชายแดนที่บ้านหลักแต่ง เนื่องจากการสู้รบแสนหนักหน่วงระหว่างรัฐบาลพม่ากับกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ ที่นำโดยเจ้ายอดศึก ผลลัพธ์ล่องลอยอยู่ในควันปืน อุดมการณ์ และความหวัง ทว่าภาพจริงแท้คือการเร่ร่อนทิ้งบ้านเกิดเรือนนอนของพี่น้องไทยใหญ่ ที่ส่วนใหญ่อีกมากมายจากเมืองปั่น ไกลออกไปในเขตพม่า พวกเขาพากันหนีแรงกดดันของสงครามเข้าสู่เปียงหลวงอีกระลอก ไม่นับพวกที่มาก่อน ได้หลักปักฐาน หลายคนกลายเป็นชีวิตไร้แผ่นดิน ต้องอยู่ตามศูนย์อพยพบนแดนดอย</p>
<p>&#8220;พวกนี้ไม่ใช่ไม่มีเงินนะ แต่อยู่ในนั้นไม่ไหว สงครามกวาดล้างหนักมาก บางคนเอาทองมาเป็นห่อผ้าเลย&#8221; ละเอียดว่าตอนด่านยังไม่ปิด ช่วงที่เป็นเด็กช่วยพ่อแม่ค้าขาย ไม่นับแรงกดดันจากการสู้รบ ความสุขของเด็ก ๆ เปียงหลวงในยุคนั้นหมายถึงเข้าไปเที่ยวน้ำตกในเขตรัฐไทยใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก</p>
<p>เราขึ้นไปจนถึงบ้านหลักแต่ง รั้วลูกกรงเหล็กถูกกั้นไว้อย่างหลวม ๆ คร่ำคร่า ทว่าหนักแน่นในความหมายว่าไม่มีการข้ามพ้นพบเจอของคนทั้งสองฟากมาเนิ่นนาน แผงค้าขายหายสูญ เหลือเพียงรอยยิ้มของพี่น้องไทยใหญ่ตามบ้านเรือน ความชัดเจนในผ้าทอปรากฏบนเสื้อผ้าลายสวยของเหล่าผู้หญิง</p>
<div></div>
<p>เหนือยอดดอยคือ &#8221;วัดฟ้าเวียงอินทร์&#8221; ที่เคยเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนทั้งสองฟากฝั่งขุนเขา หากในวันนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ในส่วนของพม่า คือพระอุโบสถและโรงเรียนปริยัติธรรม ชัดเจนด้วยค่ายทหารและความตึงเครียดทางการเมือง จะมีผ่อนคลายบ้างก็กับการโบกมือไหว ๆ ของเหล่าทหารและรอยยิ้มจากระยะไกล พอเดาได้ในความเป็นเพื่อนร่วมโลกที่ยืนอยู่คนละเส้นเขตแดน</p>
<p>องค์มาระชินะเจดีย์ หรือ กองมูแหลนหลิน อันหมายถึงเจดีย์แห่ง, เขตแดนในภาษาไทยใหญ่ กำลังได้รับการบูรณะ จากการสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อคราวยกทัพผ่านไปรบกับพม่า และได้ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2511 โดย เจ้ากอนเจิง ชนะศึก ในห้วงเวลาที่เปียงหลวงคือฐานที่มั่นสำคัญในการทำศึกสงคราม รูปทรงอลังการอ่อนช้อยของศิลปะไทยใหญ่ ทั้งองค์เจดีย์ หอฉัน วิหารในส่วนที่ยังเหลือเป็นของเรายังคงงดงาม แม้จะปกคลุมอยู่ด้วยความเงียบงันและบรรยากาศของการแบ่งแยก</p>
<p>ทางเดินไต่เลาะสันดอยไล่ไปจนจุดสูงสุด ที่มีสุสานของเจ้ากอนเจิง ชนะศึก ผู้ซึ่งหลับใหลไปพร้อมกับความหวังที่เอาสงครามและอุดมการณ์การต่อสู้ เพื่อชนชาติเข้าแลกจนวันสิ้นลมหายใจ นาทีที่ยืนอยู่เหนือลมพัดทิวสนไหวเอน หลุมศพเงียบสงบไร้ความเคลื่อนไหว ไม่แตกต่างจากซากบ้านเรือนเบื้องล่างของอีกประเทศ ที่ผ่านพ้นการทำลายด้วยแรงสู้รบ วันเวลา และการย่อยสลายของความไว้วางใจ</p>
<p>ใช่หรือไม่ว่าภูเขาคือพื้นที่อันพิเศษสำหรับคนที่อยู่กับมัน พวกเขาไม่เคยผิดพลาดในเรื่องการก้าวย่างอยู่บนความสูงชันอันหนาวเหน็บใช้ชีวิต หรือสืบทอดอุดมการณ์ แต่ใครจะบอกได้ว่าสงครามและหนทางที่บางคนเลือก ได้นำพาอะไรมาสู่ภูเขาอันเป็นบ้านแสนงดงามแห่งนี้</p>
<p>จะว่าไป เปียงหลวงไม่ใช่หมู่บ้านในหุบเขาแปลกหน้ามาแล้วหลายสิบปี ทุกอย่างเดินทางมาถึงเท่าที่การเปลี่ยนแปลงทำหน้าที่ของมันอย่างเท่าเทียม ข้อคิดเขียนหรือภาพถ่ายจากนักเดินทางรุ่นเก่า หรือความเป็นเมืองที่ฉุดดึงหนุ่มสาวลูกหลานเปียงหลวง ให้ก้าวลงจากที่ราบในหุบเขายุคบุกเบิกของนายองดี เพื่อไปหางานทำในเชียงใหม่หรือเมืองกรุง เหล่านี้ล้วนมีส่วนในการเปิดเผยภาพความเป็นบ้านอันงดงามของพวกเขาเท่าที่ควร แต่บางอย่างก็เป็นตัวของตัวเองอยู่ราวกับไม่ใส่ใจกับความเปลี่ยนแปลง</p>
<div></div>
<p>อากาศกดหนักเหน็บหนาวส่งผลให้หมอกขาวอ้อยอิ่งไม่ละจากขุนเขา ตลาดเช้าเคลื่อนไหวตัวเองอยู่เท่าที่มันควรจะเป็น พี่น้องคนจีนฮ่อ ไทยใหญ่ ไล่เลยไปถึงทหารที่มาประจำการ ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับชีวิตยามเช้า แทบทุกวันผมมักผ่านพ้นตัวเองไปกับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ที่ปากทางเข้าตลาด ของกินแปลกใหม่แทรกซ้อนเรื่องราวของวัฒนธรรม เด็กน้อยแก้มแดงที่ต่องแต่งอยู่ในผ้าลวดลายจีนที่ผู้หญิงหลายคนใช้มัด ดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใสจมอยู่ในกระบุงเล็ก ๆ</p>
<p>แม่ค้าหาบคอนเร่ขายอย่างไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นสินค้า &#8220;ประจำวัน&#8221; ผสานกลืนไปกับของกินตามแบบฉบับจีนยูนนานอย่างก๋วยเตี๋ยวเต้าหู้อ่อน ที่มักจะหมดไม่เกินแปดโมงเช้า เต้าหู้ทอดทรงสามเหลี่ยมนั่นอีก เด็ก ๆ มักติดมือก่อนไปโรงเรียน ผักกาดเขียวดอง หัวไชเท้าดอง มีให้เลือกไม่ต่างจากหมั่นโถวและซาลาเปา ตลาดเช้าเผยตัวตนอันเป็นจริงของเปียงหลวงอยู่ชั่วครู่ ไม่ได้คึกคักอะไรนัก คล้าย ๆ กับชีวิตที่พ้นผ่านความรุ่งเรืองของพวกเขา ทว่าตามถนนและลัดเลาะเข้าไปตามตรอกซอย ล้วนคือภาพชัดเจนกระจ่างตาอันซุกซ่อนหลายเรื่องราวไว้อย่างเงียบเชียบ</p>
<p>ผ่านโรงเรียนราษฎร์รัฐพัฒนา เด็ก ๆ เจื้อยแจ้วสำเนียงฟังยาก ปะปนกับเสียงประกาศลักษณะ &#8220;ทางการ&#8221; อย่างที่มันจำเป็น หรือ &#8220;ต้องเป็น&#8221; บ้านเรือนไล่เลยไปตามระดับขึ้นลงของภูเขา อักษรจีนและคติธรรมที่เขียนตามหน้าบ้าน สีแดง น้ำเงิน บนพื้นขาว ทำให้รู้สึกว่าราวกับนี่ไม่ใช่เมืองไทย</p>
<p>ผมแวะทักพี่ละเอียดในทุกเช้า ชาร้อนที่เธอตระเตรียมแทบทุกครั้งที่พบหน้ากันทำเอาผมเกรงใจ คำว่ามิตรและน้ำชาสำหรับเธอคล้ายจะหลอมรวมอยู่ในควันหอม ๆ ยามเทชาลงจอก ตามบ้านเรือนระโยงรยางค์อยู่ด้วยไส้กรอกยูนนาน เนื้อหมูที่แขวนเผชิญอากาศเย็นเพื่อลดวันเน่าเสีย ข้าวโพดเต็มราวมีฉากหลังเป็นไม้สีน้ำตาลสวย พวกเขาใช้เลี้ยงไก่</p>
<p>&#8220;ถ้าเป็นหน้าผักกาดเขียวออกก็เต็มหมดล่ะ&#8221; หลัง ๆ ผมเรียกพี่ละเอียดว่าเจ้ ดูเธอจะชื่นชอบมากกว่า ตามตรอกย่อยเล็กน้อยยังคงปรากฏบ้านดินแบบจีนโบราณ ที่ก่อโดยใช้โครงไม้ไผ่ อายุอานามเท่า ๆ กับการมาถึงของชุมชนจากกองพล 93 แห่งนี้ และหากเดินเลาะไปเรื่อย ๆ ตามบ้านหลังใหญ่โตในเปียงหลวง</p>
<div></div>
<p>ว่ากันว่าบรรพบุรุษรุ่นปู่ย่าอาจเป็นนายทหารชั้นนายพัน อย่างบ้านที่อยู่หลังโรงเรียนราษฎร์รัฐพัฒนา ที่หากมองลึกเข้าไปจะเห็นอาคารสองชั้นวางตัวรูปเกือกม้า ผนังหนา ๆ และซุ้มประตูหน้าบ้านไม่เพียงกันลมหนาว แต่ยังมีช่องเล็ก ๆ สำหรับวางปืนและป้องกันกระสุน</p>
<p>&#8220;ส่วนใหญ่ช่างฝีมือมาจากชิงไห่กันทังนั้น ตอนนั้นเด็ก ๆ อยู่ ตื่นเต้น ดูบ้านโน้นที บ้านนี้ที&#8221; เตี่ยของเจ้ละเอียดก็เช่นกัน มีอดีตไม่แตกต่างไปจากผู้ชายแทบทุกคนในเปียงหลวง คือเป็นทหารจีนคณะชาติที่เคยจับปืนก่อนมากำจอบเสียม ผู้หญิงและครอบครัวของหลายคนเติบโตและใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่น ในการเดินทัพร่อนเร่มาก่อนจะรู้จักกับคำว่าบ้านกลางหุบเขา</p>
<p>จะว่าไป ความเป็นเมืองย่อม ๆ ของเปียงหลวงก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก หากเทียบกับโลกข้างล่าง ทว่ามันอัดแน่นอยู่ด้วยเรื่องราวในแทบทุกอณู สำหรับคนต้องการทำความรู้จักและเคารพความแตกต่างหลากหลายในความคิดความเชื่อ</p>
<p>ชายชราที่ล้อมวงไพ่นกกระจอกตามบ้านโน้นบ้านนี้ หรือแม่เฒ่าที่สื่อสารภาษาไทยไม่ได้นอกจากรอยยิ้ม ชีวิตกลางหุบเขาของคนรุ่นปู่ของเจ้ละเอียดเหมือนจะไม่ง่ายนัก สำหรับหมู่บ้านทัพทหารที่กลายเป็นหมู่บ้านเกษตรกร ความเปลี่ยนแปลงผลักดันให้วิถีชีวิตต่อสู้กับผืนดินแทนสนามรบ ข้าวดอย ข้าวโพด ลิ้นจี่ มันอาลู ผักนานา ถูกเรียนรู้สำหรับผู้ที่คิดว่าแผ่นดินมีค่ามากกว่าจะจากจร</p>
<p>เช่นนั้นเอง ตามบ้านเรือนหรือออกไปด้านนอกของเปียงหลวงจึงเต็มไปด้วยผืนนาทั้งของชาวจีนฮ่อและไทยใหญ่ มันเขียวชุ่มในฤดูฝนและเปลี่ยนเป็นความหวังหลังเก็บเกี่ยว สวนลิ้นจี่ให้ผลหวานกรอบ และตามแต่ละเนื้อดินที่ว่างก็มากมายไปด้วยผักต่าง ๆ ที่ใช้กินมากกว่าขาย ดอกผลจากการเปลี่ยนทิศทางของพวกเขาส่งต่อมายังเด็กหนุ่มสาวที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เท่าที่ชีวิตบนแดนดอยจะดิ้นรนและพามันออก ออกมาหาความเท่าเทียม</p>
<div></div>
<p>&#8220;คนจีนเราเน้นเรื่องการศึกษาเคียงคู่คุณธรรม&#8221; ครูเฉาหยง แซ่หวาง เปรยเป็นประโยคแรก ๆ เมื่อเรามาถึงโรงเรียนภาษาจีนกวงหัว กลางหุบเขาห้อมล้อม มีบึงน้ำขนาดใหญ่เป็นฉากหน้า โรงเรียนจีนแห่งนี้โดดเด่นด้วยอาคารเรียนสีขาวสลับฟ้า มากมายอักษรและสำเนียงภาษาที่เป็นแบบเฉพาะของพวกเขา เด็ก ๆ ทยอยกันมาถึงหลังจากเรียนภาคปกติเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายบ่าย เสียงเจื้อยแจ้วและเสื้อกันหนาวหลากสีราวดอกไม้เล็ก ๆ</p>
<p>&#8220;เทียบกับแต่ก่อน ผมว่าแค่นี้น้อยเกินไป แต่ก่อนเช้ามืด เด็ก ๆ ตื่นตีสี่ไปเรียนภาษาอังกฤษกับคนพม่าที่รับสอนแลกค่าแรง กลางวันไปโรงเรียนหลวง เย็น ๆ มาโรงเรียนภาษาถึงสามทุ่ม&#8221; ครูเฉาหยงก็เช่นเดียวกับผู้ชายยูนนานคนอื่น ๆ ในเปียงหลวง เขาผ่านช่วงเป็นวัยรุ่นติดตามพ่อ ซึ่งเป็นนายทหารมาในกองทัพ รู้จักการศึกษาก็ต่อเมื่อได้ปักหลักฝังราก</p>
<p>&#8220;เดี๋ยวนี้อะไร ๆ มันง่ายขึ้น ผู้ปกครองก็ยอมจ่ายค่าเล่าเรียน&#8221; โรงเรียนจีนแห่งนี้เก็บค่าเล่าเรียนเป็นเดือน เริ่มตั้งแต่อนุบาล 150 บาท เพิ่มขึ้นทีละชั้นปีละ 10 บาท ไปจนจบมัธยมศึกษาตอนต้น สอนทั้งคำนวณ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และที่เน้นคือภาษาจีนกลางและเรื่องจริยธรรม</p>
<p>&#8220;คนข้างล่างขึ้นมารับราชการบนนี้ก็มาเรียนภาษาจีนนะ สื่อสารกับเรา เขาจะได้รู้เรื่อง&#8221; ประโยคท้าย ๆ ครูมาดสุขุมยิ้มเบา ๆ มองไปยังรูปปั้นเทพเจ้านาจาที่ศาลเจ้าแม่กวนอิมที่ตั้งอยู่ข้างโรงเรียน เด็ก ๆ วิ่งกันเกรียวปะปนหลากหลายกีฬาอยู่ตรงสนามด้านหน้า เพื่อนช่างภาพเลือกมุมกับความแสนชนแทบไม่ถูก นาทีนั้นหุบเขาดูอบอุ่น มีทิศทาง และมากไปด้วยความมั่นคง ความประณีตยามไม่ต้องรอนแรมสู้รบของพวกเขาไม่เพียงถ่ายทอดอยู่ในบทกวีจีน การละเลียดชา หรือหลักธรรมคำสอน บางคราวอาจหมายรวมไปถึงสิ่งที่ถ่ายทอดผ่านมาจากมือ</p>
<div></div>
<p>หลังเด็ก ๆ เข้าเรียน ผมใช้เวลาท้าย ๆ วันอยู่ในบ้านของ อาฉิง แซ่หวาง บ้านของเธอถัดสูงขึ้นมาบนไหล่ดอย ลมหนาวสะบัดแนวผ้าจนลู่เอียง เตาไฟหน้าบ้านมากไปด้วยวัตถุดิบที่จะกลายเป็นมื้อเย็น เธอหยิบรองเท้าผ้าลายสวยออกมาให้เราดู หากแต่ใช่ว่าจะซื้อหากันได้ในทันที</p>
<p>&#8220;ต้องสั่ง มันใช้เวลาทำนาน&#8221; ภาษาไทยของเธอกระท่อนกระแท่นเทียบกับ สมชาย แซ่หลี่ คู่ชีวิตที่มาจากดอยแม่สลอง เขาดูคล่องกว่ายามคะยั้นคะยอให้เรากินแตงโมหวานฉ่ำ &#8220;ปลูกเอง ไม่ต้องเกรงใจ&#8221; เขายกความอร่อยสีแดงฉ่ำมาพร้อมกับชาร้อน ๆ ที่ยังไม่ทันจะดื่มก็คลายหนาวได้ด้วยน้ำใจ</p>
<p>นั่งดูรองเท้าผ้าของอาฉิง มันงดงามราวกับงานศิลปะที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น &#8220;จริง ๆ มีช่างเก่งอยู่แถวศาลเจ้า แต่เธอเลิกไปนานแล้ว&#8221; อาฉิงบอกถึงคนที่ผมมาตามหา ก่อนหยิบกาบไม้ไผ่ที่ได้ขนาดแข็งแรงทว่ายืดหยุ่น ก่อนที่จะผสานผ้าสีสันจัดจ้าสดใสลงไป เย็บทุกขั้นตอนด้วยมือ ลวดลายต่าง ๆ บอกถึงความถนัดและจนจัดของช่างทำรองเท้าแต่ละคน</p>
<p>&#8220;เดี๋ยวนี้เหลือน้อยแล้ว คนทำเฉ่าไห่&#8221; เธอพูดน้อย แต่มากรอยยิ้มรองเท้าที่เห็นในวันนี้มีน้อย เธอเลือกคู่สวย ๆ มาให้เราดู ก่อนบอกว่าหากอยากได้ให้รอสักนิด คำว่ารอของเธอไม่ใช่เป็นชั่วโมง หากหมายถึงให้เธอเลือกผ้า วัดขนาด และใช้มือที่มีขนาดเทียมเท่ากับหัวใจสร้างมันขึ้นมาอีกราวอาทิตย์ ไม่มีการร้องขอลูกค้า &#8220;อยากได้ก็บอก สั่งไว้ จะทำ&#8221; เธอหมายถึงเช่นนั้นจริงแท้</p>
<p>เราจากลาเธอลงมาพร้อมน้ำชาอุ่น ๆ ในลำคอ ความรู้สึกแบบญาติมิตรกรุ่นหอมอยู่ตรงเนินดอยแห่งนั้น ไม่มีเรื่องของการค้าหรือแง่มุมใดแทรกซ่อนยามไร้ซึ่งการสั่งจองรองเท้า และทุกเช้าหลังจากวันนั้น ทุกคำพูดของเธอดูห่วงใยในเรื่องอาหารการกินและที่หลับที่นอนของผมและเพื่อน ๆ ไม่ห่างตา ครอบครัว บ้าน ความอบอุ่น หลายคนที่นี่รู้จักมันตีและพร้อมส่งถึงคนอื่นก็ต่อเมื่อผ่านพ้นเรื่องราวอันหน่วงหนัก คืนค่ำหนาวเหน็บ และหนทางยาวไกล</p>
<p>เย็นวันหนึ่งผมยืนอยู่บนศาลเจ้าเงิน ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพยิ่งของคนเปียงหลวง จุดสูงสุดที่มองลงไปเห็นบ้านเรือนกระจ่างตาอยู่ในที่สูง ควันไฟจากครัวพวยพุ่งเป็นไอขาวตามหย่อมย่าน แดดอุ่นฉายจับ ไร่นากลายเป็นพรมสีน้ำตาลกลางวงล้อมของแดนดอย เมื่อบ้านไม่ได้กินความแค่พื้นที่คุ้มแดดฝน หากแต่ครอบคลุมไปถึงเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ และขนาดของพื้นที่ที่พร้อมจะฝากฝังลมหายใจ</p>
<p>หนทางทอดยาวไร้การย้อนกลับก็สั้นลง และพื้นที่กว้างไกลเวิ้งว้างแห่งหนึ่งอาจหดแคบพอที่ใครสักคนพร้อมจะโอบกอดไว้ในอ้อมอก</p>
<div></div>
<p>คู่มือนักเดินทาง</p>
<p>เปียงหลวง คือตำบลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มากมายไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมของคนจีนยูนนาน และชาวไทยใหญ่ รวมไปถึงบรรยากาศและความงดงามของภูเขาท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ</p>
<p>เมื่อมาถึงเวียงแหง แวะสักการะพระบรมธาตุแสนไห คู่บ้านคู่เมืองคนเวียงแหง เลยต่อไปเที่ยวเปียงหลวง ชายแดนที่บ้านหลักแต่ง ตั้งประชิดกับเมืองต๋น เขตรัฐฉาน สหภาพพม่า มี วัดฟ้าเวียงอินทร์ วัดไทยใหญ่ที่ไทยและพม่าเป็นเจ้าของประเทศละครึ่ง ข้างบนสวยงามด้วยวิวทะเลภูเขากระจ่างตา</p>
<p>ตลาดเช้าเปียงหลวงมีสีสัน น่าเดินและลองชิมอาหารจีนยูนนานและไทยใหญ่ ผสมผสานไปกับภาพชีวิตละลานตา</p>
<p>เดินเที่ยวตามบ้านเรือนและบรรยากาศแบบจีน ไม่น่าพลาดโรงเรียนภาษาจีนกวงหัว หากมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อ อย่าลืมขึ้นไปชมเมืองเปียงหลวงกลางม่านภูเขาบนศาลเจ้าเงิน</p>
<p>การเดินทาง</p>
<p>จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1178 ตรงไปเรื่อย ๆ ถึงสามแยกแม่จา เลี้ยงซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1322 ถึงบ้านเปียงหลวง รวมระยะทาง 168 กิโลเมตร เส้นทางคดเคียวกวนบนภูเขา แต่ลาดยางตลอด รถควรมีกำลังเครื่องดีและสภาพสมบูรณ์</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลพบุรี-สระบุรี เที่ยวใกล้ๆ วันหยุดสุดสัปดาห์</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:14:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 31 มี.ค.-1 เม.ย ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ จัดโครงการส่งเสริมเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมและศึกษาประวัติศาสตร์ ณ จ. ลพบุรี-สระบุรี เพื่อสร้างความรู้ให้กับเยาวชนในเรื่องการท่องเที่ยว ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน บ้านเรือนที่อยู่อาศัย โดยชวนเยาวชนจากโครงการบ้านเอื้ออาทร 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบางเขน (คลองถนน) ชุมชนนนทบุรี (บางใหญ่ซิตี้) ชุมชนบางบัวทอง 2 และชุมชนปทุมธานี (ลาดหลุมแก้ว1)ไปด้วย &#8220;นายรอบรู้&#8221;จึงไม่พลาดที่จะเก็บบรรยากาศและกิจกรรมสนุกๆมาให้ชมกัน เริ่มต้นที่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จ.สระบุรี แม้สายวันนี้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่เด็กๆกลับตื่นเต้นพูดคุยกันจนเสียงเจี๊ยวจ๊าว เพราะได้ขึ้นไปสักการบูชาพระพุทธบาทซึ่งประทับไว้บนแผ่นดินเหนือไหล่เขาบรรพต ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม รอยพระบาทเป็นรูปทรงของเท้า ไม่มีรอยแยกถือว่าเป็นรอยของมหาบุรุษ กล่าวกันว่าถ้าเป็นคนดี แล้วมาไหว้ครบ 3 ครั้งจะไม่ตกนรก &#160; จุดหมายต่อไปของเราคือ ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วิวัฒนาการการบิน &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 31 มี.ค.-1 เม.ย ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ จัดโครงการส่งเสริมเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมและศึกษาประวัติศาสตร์ ณ <strong>จ. ลพบุรี-สระบุรี</strong> เพื่อสร้างความรู้ให้กับเยาวชนในเรื่องการท่องเที่ยว ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน บ้านเรือนที่อยู่อาศัย โดยชวนเยาวชนจากโครงการบ้านเอื้ออาทร 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบางเขน (คลองถนน) ชุมชนนนทบุรี (บางใหญ่ซิตี้) ชุมชนบางบัวทอง 2 และชุมชนปทุมธานี (ลาดหลุมแก้ว1)ไปด้วย &#8220;นายรอบรู้&#8221;จึงไม่พลาดที่จะเก็บบรรยากาศและกิจกรรมสนุกๆมาให้ชมกัน<br />
เริ่มต้นที่ <strong>วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จ.สระบุรี</strong> แม้สายวันนี้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่เด็กๆกลับตื่นเต้นพูดคุยกันจนเสียงเจี๊ยวจ๊าว เพราะได้ขึ้นไปสักการบูชาพระพุทธบาทซึ่งประทับไว้บนแผ่นดินเหนือไหล่เขาบรรพต ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม รอยพระบาทเป็นรูปทรงของเท้า ไม่มีรอยแยกถือว่าเป็นรอยของมหาบุรุษ กล่าวกันว่าถ้าเป็นคนดี แล้วมาไหว้ครบ 3 ครั้งจะไม่ตกนรก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จุดหมายต่อไปของเราคือ <strong>ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี</strong> เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วิวัฒนาการการบิน ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของหนุ่มน้อย เพราะต่างปีนป่ายขึ้นเฮลิคอปเตอร์กันอย่างสนุกสนาน บางส่วนให้ความสนใจกับเครื่องยนตจนถึงกับบอกว่า &#8220;ผมอยากเป็นทหารครับ&#8221; พี่ทหารเลยแนะนำว่า ต้องขยันเรียนหนังสือโดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เสร็จจากที่นี้พวกเราก็แวะชม <strong>พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ จ. ลพบุรี</strong> สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงโปรดให้พระราชทานเลี้ยงแก่คณะราชทูตเซอร์วาเลีย เดอ โชมองต์จากประเทศฝรั่งเศสในพ.ศ. 2228 ซึ่งภายในพระที่นั่งจันทรพิศาล มีภาพวาดลายเส้นฝีมือชาวต่างชาติ บันทึกเหตุการณ์ภาพราชทูตฝรั่งเศสถวายพระราชสาส์นแด่สมเด็จพระนารายณ์ฯ น้องๆต่างบอกว่าได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์เยอะดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันรุ่งขึ้นเริ่มต้นอย่างสนุกสนาน เพราะพาชม <strong>องค์การส่งเสริมการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จ. สระบุรี</strong> นั่งรถรางชมฟาร์ม เด็กๆต่างพากันเฮโลลงไปให้อาหารนกกระจอกเทศ อูฐ และกวางในสวนสัตว์ ต่างมีรอยยิ้มกระจายอยู่บนใบหน้า มีโอกาสได้รีดนมวัวกันเป็นครั้งแรก พอเห็นนมไหลเป็นสายออกมาจากเต้าวัว ก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่ โดยเฉพาะน้องภูฟ้า บุญเจิม อายุ 11 ปี โรงเรียนวัดราหาร บอกเราว่าชอบกิจกรรมวันนี้ที่สุด หัวใจของงานนี้คือ การปลูกต้นไม้ ปลูกฝังให้เด็กๆช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก ตอนบ่ายแวะไปที่ <strong>ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี</strong> ชมการจัดแสดงอาวุธ กระสุนและเครื่องแต่งกายของทหารม้าในอดีต หนุ่มน้อยบางคนถึงกับยกปืนมาลองยิงเลยทีเดียว</p>
<p>งานนี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังได้ความรู้กลับมาครบถ้วนทั้งเรื่องประวัติศาสตร์และการอนุรักษ์ธรรมชาติ<br />
<strong>เรื่องและภาพ</strong>: กมลพร สุนทรสีมะ</p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินป่าส่องนก บนยอดดอย</title>
		<link>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 16:12:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://careerpubinc.com/?p=99</guid>
		<description><![CDATA[ลมร้อนมาพร้อมกับหมอกควันไฟสีเทา ๆ ที่มีอยู่ทั่วในแทบภาคเหนือ แม้แต่ในกรุงเทพก็เหมือนมีหมอกควันดูขมุกขมัวท้องฟ้าไม่สดใสเป็นสีฟ้าให้เห็น อากาศเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้แน่นอนเหมือนในอดีต วันนี้ร้อนอบอ้าวแต่อีกสักพักอาจมีฝนตก แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ร้อนจนเพลียหรือแสบผิว แสบตากันไปตาม ๆ กัน ทำให้ฉุกคิดว่า&#8230;..ธรรมชาติกำลังลงโทษมนุษย์ที่หยิบช่วยทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้แต่คาดการคำนึง กว่าจะมีน้ำมันให้เราใช้เกิดการทับถมสะสมมากี่ล้านปี? หลบร้อนขึ้นเหนืออีกครั้ง กับการเดินทางมาเยือนสู่ถิ่น&#8230;อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ถือได้ว่าเป็นหลังคาประเทศไทย..ประตูสู่หลังคาโลก ด้วยความสูงที่มียอดดอยสูงสุดในประเทศไทย ถึง 2,565.3341 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตีนเทือกเขาหิมาลัย เพื่อนร่วมทริปของผู้เขียนในครั้งนี้ เป็นเด็กเยาวชนที่ได้ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจำนวน 70 กว่าชีวิต ร่วมเข้าค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 38 ทุกคนต่างมีความฝันที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ ร่วมกันไขความลับธรรมชาติ แก้สมการ 4 ธาตุ ที่สำคัญ คือ ดินแหล่งกำเนิดต้นไม้พืชพันธุ์ต้นกำเนิดอาหารของมนุษย์ น้ำ หล่อเลี้ยงธรรมชาติสร้างความชุ่มชื่นให้สิ่งมีชีวิต ลม &#8230; <a href="http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ลมร้อนมาพร้อมกับหมอกควันไฟสีเทา ๆ ที่มีอยู่ทั่วในแทบภาคเหนือ แม้แต่ในกรุงเทพก็เหมือนมีหมอกควันดูขมุกขมัวท้องฟ้าไม่สดใสเป็นสีฟ้าให้เห็น อากาศเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้แน่นอนเหมือนในอดีต วันนี้ร้อนอบอ้าวแต่อีกสักพักอาจมีฝนตก แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ร้อนจนเพลียหรือแสบผิว แสบตากันไปตาม ๆ กัน ทำให้ฉุกคิดว่า&#8230;..ธรรมชาติกำลังลงโทษมนุษย์ที่หยิบช่วยทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้แต่คาดการคำนึง กว่าจะมีน้ำมันให้เราใช้เกิดการทับถมสะสมมากี่ล้านปี?<br />
หลบร้อนขึ้นเหนืออีกครั้ง กับการเดินทางมาเยือนสู่ถิ่น&#8230;<strong>อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์</strong> ที่ถือได้ว่าเป็นหลังคาประเทศไทย..ประตูสู่หลังคาโลก ด้วยความสูงที่มียอดดอยสูงสุดในประเทศไทย ถึง 2,565.3341 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตีนเทือกเขาหิมาลัย เพื่อนร่วมทริปของผู้เขียนในครั้งนี้ เป็นเด็กเยาวชนที่ได้ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจำนวน 70 กว่าชีวิต ร่วมเข้าค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 38 ทุกคนต่างมีความฝันที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ ร่วมกันไขความลับธรรมชาติ แก้สมการ 4 ธาตุ ที่สำคัญ คือ ดินแหล่งกำเนิดต้นไม้พืชพันธุ์ต้นกำเนิดอาหารของมนุษย์ น้ำ หล่อเลี้ยงธรรมชาติสร้างความชุ่มชื่นให้สิ่งมีชีวิต ลม อากาศที่มีหน้าที่เชื่อมต่อระบบนิเวศ และไฟ อุณหภูมิ ความร้อนที่ช่วยรักษาความสมดุลให้ธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลกแต่จริงเมื่อเราอยู่ในเมืองที่มีอากาศร้อนอบอ้าว แต่พอขึ้นดอยอินทนนท์อากาศกลับเย็นสบาย อยู่ในระดับ 18 องศา มาพร้อมกับกระแสลมแทบไม่น่าเชื่อว่าจะหนาวเย็นได้เพียงนี้ ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวไปแต่อย่างใด ทำให้ต้องผจญกับความหนาวและตัวคุ่นซึ่งร้ายกาจยิ่งนัก หากถูกกัดก็ทั้งคันและแพ้เป็นแผลบวมแดง หากใครที่คิดจะเดินป่าคงต้องเตรียมพร้อมทั้งเครื่องแต่งกายที่มิดชิด ที่สำคัญคือร่างกายต้องแข็งแรง ถึงแม้การเดินป่าในครั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และเจ้าหน้าจากมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และบ.เอ็กโก ฯ คอยดูแลอำนวยความสะดวกในเรื่องของเส้นทางแต่ก็ขอบอกว่าเหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน แก่ ๆ อยากผู้เขียนเดินรั้งท้ายกลุ่มของเด็ก ๆ ตลอดทุกเส้นทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยภูมิประเทศของยอดดอยอินทนนท์มีสภาพความชุ่มชื้นและหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ระบบนิเวศป่าไม้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา และป่าดิบเขาที่อุดมไปด้วยมอสและเฟิร์น อีกทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เด็กๆ และผู้เขียนสนใจมากเป็นพิเศษคือตาน้ำ ได้เดินสำรวจศึกษาป่าจนเห็นถึงแหล่งน้ำที่มาก่อนจะหล่อหลอมเป็นน้ำตก และสายน้ำลำธาร หล่อเลี้ยงส่งไปยังคนปลายน้ำ ธรรมชาติได้จัดสรรสิ่งมีชีวิตที่เป็นเครื่องมือชี้วัดทางธรรมชาติ ว่าน้ำแห่งนี้คือน้ำบริสุทธิ์ดื่มกินได้ ดอยอินทนนท์เปรียบเหมือนป่าเมืองหนาว ที่มีพืชและสัตว์บางชนิดที่แพร่กระจายมาจากถิ่นฐานเดิมในประเทศเนปาล แล้วค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมจนเกิดสายพันธุ์ใหม่ เช่น รองเท้านารีอินทนนท์ นกกินปลีหางยาวสีเขียว ฯลฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้เขียนได้เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติอ่างกา ที่เป็นแอ่งน้ำที่สูงที่สุดในประเทศไทย อากาศเย็นสบาย ตลอดเส้นทางจะพบซากกิ่งไม้ ใบไม้ มอส ไลเคนที่มีอายุ 4,600 ล้านปี จะอยู่ในพื้นที่อากาศบริสุทธิ์ เฟิร์น อายุกว่า 230 ล้านปี เห็นม้วนแบบนี้เป็นช่วงของการพักฟื้นชั่วคราวหากมีละอองหมอกก็ฟื้นตัวขึ้นมาอีก และต้นไม้ขนาดใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ เรียกว่าธรรมชาติซ่อมแซมกันเอง ต้นหนึ่งล้มก็มีต้นใหม่เกิด สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเจ้าหน้าที่บอกกับผู้เขียน สิ่งที่หายากในดอยอ่างกา คือ กุหลบพันปี สีขาวและสีแดง เป็นที่น่าเสียดายที่บางต้นถูกไฟไหม้จากน้ำมือมนุษย์ที่มักง่ายสูบบุหรี่แล้วโยนทิ้งทำให้ไฟไหม้ป่า ไหม้ต้นกุหลาบพันปีจนเหลือแต่ซากต้นสีดำ แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่ผู้เขียนได้ทันได้เห็นดอกกุหลาบพันปีสีแดง และสีขาว ที่เหลืออยู่เพียงดอกเดียว ได้เก็บภาพมาฝากกัน นอกจากนี้ยังมีข้าวตอกฤาษี พืชไร้ดอกจำพวกมอส</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากนั้นเราเดินลัดเลาะพักกินข้าวเที่ยงกันในป่าที่บรรยากาศมีวิวน้ำตกให้ได้นั่งมองเพลิน ๆ ออก อิ่มท้อง อิ่มเอมกับบรรยากาศกันแล้วออกเดินทางต่อเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่อยู่ระหว่างจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ด้วยระบบนิเวศยังคงเป็นป่าดิบเขา ก่อให้เกิดห้องเรียนธรรมชาติ ที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่ของ กวางผา หรือ ม้าเทวดา สัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิด ของประเทศไทยที่เหลือน้อยลง เจ้าหน้าที่อุทยานอาสาพาไปดู เพื่อโชคดีได้เจอ แต่ด้วยทางที่ลาดชันและรองเท้าพื้นแข็งที่ไม่เอื้ออำนวยอาจทำให้ลื่นตกไหล่ทางที่ลาดชันได้ ผู้เขียนต้องจำยอมสละสิทธิ์จึงยืนดูผาแง่ม ที่มีลักษณะเป็นหินสองแท่งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน-ในเขตอุทยานดอยอินทนนท์ และออกเดินลัดเลาะทางที่ลาดชันแต่ก็มีการทำทางไว้แล้วอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติ</p>
<p>ความงดงามทางธรรมชาติ ประตูบ้านหลังใหญ่ ห้องเรียนขนาดใหญ่ หรือสุดแล้วแต่ว่าจะเรียกสิ่งใดนั้น ที่คือต้นน้ำอันสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งของชีวิต การเดินทางไม่มีที่สุดเปรียบเสมือนสายน้ำ หากช่วยกันดูแลช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างมีคุณค่า ผู้เขียนเชื่อว่า แหล่งต้นน้ำ ก็จะยังมีน้ำหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต คน สัตว์ พืชต้นไม้ ไปยังคนปลายน้ำให้ได้ใช้คงอยู่ต่อไป อย่าเพียงแค่รับรู้และเพิกเชยแต่ควรลงมือทำเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ใช้พลังงานที่ให้คุ้มทุน ก่อนที่ทุกสิ่งจะสายเกินแก้&#8230;&#8230;..</p>
<p>ทริปนี้ผู้เขียนและน้อง ๆ ชาวค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านและผู้สนับสนุน ทำให้เกิดการเรียนรู้มากมายบนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุกนาย ที่ท่านเสียสละทุ่มเทชีวิตเพื่อรักษาผืนป่าให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป&#8230;</p>
<p><strong>พาเที่ยวไปกับ&#8230;&#8230;โชติกา วีรนะ</strong></p>
<p>ที่มา www.guru.thaidizcenter.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://careerpubinc.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

